แก๊งคอลเซ็นเตอร์ วิธีรับมือและบล็อกเบอร์โทรศัพท์มิจฉาชีพให้ได้ผล

How to handle block call center scammer phone numbers featured 16x9 1

ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงเป็นภัยคุกคามที่สร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง การรู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง การบล็อกเบอร์ และการแจ้งเบาะแสอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยป้องกันคุณและคนรอบข้างให้ปลอดภัยจากกลโกงของมิจฉาชีพเหล่านี้ได้ บทความนี้จะแนะนำทุกขั้นตอนอย่างละเอียดเพื่อให้คุณจัดการได้อย่างมั่นใจ

Key Point สรุปสั้นๆ

  • เมื่อรับสายต้องสงสัย ให้ตั้งสติ อย่าเพิ่งเชื่อ และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ เด็ดขาด
  • กลโกงยอดฮิตมักอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ หรือบริษัทขนส่งพัสดุ เพื่อข่มขู่ให้ตกใจกลัว
  • วางสายทันทีหากรู้สึกไม่ปลอดภัย และตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรงผ่านเบอร์ทางการเท่านั้น
  • บล็อกเบอร์โทรศัพท์มิจฉาชีพได้ทันทีจากเมนูในมือถือของคุณ ทั้งระบบ iOS และ Android
  • แจ้งเบาะแสเบอร์โทรและ SMS มิจฉาชีพได้ฟรีที่ AIS Spam Report Center โทร 1185 ตลอด 24 ชั่วโมง

รู้จักกลโกงยอดฮิตของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

มิจฉาชีพมักใช้จิตวิทยาในการหลอกลวง โดยสร้างเรื่องราวที่ทำให้เหยื่อตกใจ กลัว หรือดีใจจนขาดสติ เพื่อให้หลงเชื่อและทำตามคำสั่ง การรู้ทันรูปแบบกลโกงที่พบบ่อยจะช่วยให้คุณไหวตัวทันได้เร็วขึ้น

  • อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือ DSI: เป็นวิธีที่พบบ่อยที่สุด โดยมิจฉาชีพจะอ้างว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรง เช่น ฟอกเงิน หรือ ยาเสพติด และต้องการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ หรือข่มขู่ว่าจะออกหมายจับ
  • อ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร: มักมาในรูปแบบการแจ้งว่าคุณได้รับเงินคืนภาษี หรือในทางกลับกันคือแจ้งว่าคุณค้างชำระภาษีจำนวนมาก และต้องรีบจัดการโดยด่วนผ่านการโอนเงิน
  • อ้างเป็นบริษัทขนส่งพัสดุ: แจ้งว่ามีพัสดุตกค้างที่ส่งไม่ได้เนื่องจากมีของผิดกฎหมายอยู่ข้างใน และจะโอนสายให้คุยกับตำรวจ (ซึ่งก็คือมิจฉาชีพอีกคน) เพื่อทำการข่มขู่ต่อไป
  • อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือสถาบันการเงิน: หลอกว่าบัตรเครดิตของคุณถูกนำไปใช้ หรือมีคนพยายามแฮกเข้าบัญชี และต้องการให้คุณยืนยันตัวตนด้วยการบอกรหัส OTP หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ

จุดสังเกตที่สำคัญคือ มิจฉาชีพมักจะพยายามพูดจาหว่านล้อมไม่ให้คุณวางสาย และสร้างแรงกดดันให้ต้องตัดสินใจหรือดำเนินการบางอย่างในทันที

4 สเต็ปรับมือเมื่อเจอแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมา

เมื่อรับสายเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยและเริ่มรู้สึกว่าบทสนทนาน่าสงสัย ให้ปฏิบัติตาม 4 ขั้นตอนง่ายๆ นี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ขั้นตอนที่ 1: สติ – ไม่ตกใจ

สิ่งแรกและสำคัญที่สุดคือการตั้งสติ อย่าตื่นตระหนกตกใจกับคำขู่หรือข้อเสนอใดๆ ที่ได้รับฟัง จำไว้เสมอว่าหน่วยงานราชการหรือสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือจะไม่มีทางขอข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนหรือขอให้คุณโอนเงินผ่านทางโทรศัพท์เด็ดขาด

ขั้นตอนที่ 2: ถาม – เพื่อตรวจสอบ

ลองตั้งคำถามกลับเพื่อเก็บข้อมูล เช่น ‘ขอชื่อ-นามสกุล และสังกัดหน่วยงานอีกครั้ง’ หรือ ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่’ บ่อยครั้งที่มิจฉาชีพจะเริ่มอ้ำอึ้งหรือตอบไม่ตรงคำถาม เพราะเรื่องราวทั้งหมดถูกแต่งขึ้นมา

ขั้นตอนที่ 3: วาง – ตัดบทสนทนา

หากคุณมั่นใจว่าเป็นมิจฉาชีพ หรือแม้แค่รู้สึกไม่ปลอดภัย ให้กดวางสายทันที ไม่จำเป็นต้องสนทนาต่อหรืออธิบายเหตุผลใดๆ การตัดการสื่อสารคือวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

ขั้นตอนที่ 4: เช็ก – หาข้อมูลที่ถูกต้อง

หลังจากวางสายแล้ว ให้นำข้อมูลที่ได้ยินมาไปตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง โดยค้นหาเบอร์โทรศัพท์ทางการจากเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ ด้วยตัวเอง อย่าใช้เบอร์โทรที่มิจฉาชีพให้มาเด็ดขาด

วิธีบล็อกเบอร์มิจฉาชีพและแจ้งเบาะแส

การบล็อกเบอร์และการแจ้งเบาะแสเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้เบอร์เดิมโทรกลับมาก่อกวนคุณหรือคนอื่นได้อีก

วิธีบล็อกเบอร์บนมือถือ

  • สำหรับ iOS (iPhone): ไปที่ประวัติการโทร (Recents) > แตะที่ไอคอน ‘i’ ท้ายเบอร์ที่ต้องการ > เลื่อนลงมาด้านล่างสุดแล้วเลือก ‘Block this Caller’
  • สำหรับ Android: เปิดแอปโทรศัพท์ (Phone) > ไปที่ประวัติการโทร > แตะที่เบอร์ที่ต้องการค้างไว้ หรือแตะที่เมนูสามจุด (…) > เลือก ‘Block/report spam’

การบล็อกเบอร์จะทำให้สายจากเบอร์นั้นๆ ไม่สามารถโทรเข้ามาหาคุณได้อีกในอนาคต

วิธีแจ้งเบาะแสอย่างเป็นทางการ

นอกจากการบล็อกเบอร์ส่วนตัวแล้ว การแจ้งเบาะแสไปยังผู้ให้บริการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยจัดการปัญหาในวงกว้างได้ดีขึ้น คุณสามารถ แจ้งเบาะแสผ่าน AIS Spam Report Center ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดยกด 1185 แล้วโทรออก เพื่อให้ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์หรือ SMS ของมิจฉาชีพกับเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวิธีที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ใช้บริการ AIS

การป้องกันเชิงรุก: ลดโอกาสตกเป็นเป้าหมาย

นอกจากการรับมือเมื่อถูกโทรแล้ว เรายังสามารถลดความเสี่ยงที่จะตกเป็นเป้าหมายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้งานเทคโนโลยีให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

  • ระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนตัว: หลีกเลี่ยงการกรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อ-นามสกุล หรือข้อมูลบัตรประชาชนในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • ไม่ผูกบัญชีกับทุกบริการ: หากไม่จำเป็น อย่าใช้บัญชีโซเชียลมีเดียหลักในการล็อกอินเข้าสู่บริการหรือเกมต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล
  • ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว: ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในโซเชียลมีเดียต่างๆ ให้แสดงข้อมูลส่วนตัวเท่าที่จำเป็น และจำกัดการมองเห็นให้เฉพาะเพื่อนเท่านั้น
  • อย่าคลิกลิงก์แปลกปลอม: ไม่ว่าจะเป็นลิงก์ที่ส่งมาทาง SMS, LINE หรืออีเมล หากไม่แน่ใจในแหล่งที่มา ห้ามคลิกเข้าไปเด็ดขาด เพราะอาจเป็นการดักขโมยข้อมูล (Phishing)

ข้อควรระวังและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

เพื่อย้ำเตือนถึงความปลอดภัย มีบางสิ่งที่ต้องจำขึ้นใจและห้ามทำโดยเด็ดขาดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่อาจเป็นกลโกงทางโทรศัพท์

สิ่งต้องห้าม (Never Do)

  • ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัว: ไม่ว่าจะเป็นเลขบัตรประชาชน 13 หลัก, วันเดือนปีเกิด, รหัสหลังบัตรเครดิต (CVV), หรือรหัสผ่านใดๆ
  • ห้ามบอกรหัส OTP: รหัส OTP (One-Time Password) เป็นกุญแจสำคัญในการทำธุรกรรมทางการเงิน ห้ามบอกรหัสนี้กับใครก็ตามที่โทรมาหาคุณ
  • ห้ามโอนเงิน: ไม่ว่าจะถูกข่มขู่หรือหว่านล้อมอย่างไร ห้ามโอนเงินไปยังบัญชีที่มิจฉาชีพบอกโดยเด็ดขาด เจ้าหน้าที่จริงจะไม่มีกระบวนการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ
  • ห้ามติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จัก: หากมิจฉาชีพพยายามหลอกให้คุณติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ห้ามทำตามเด็ดขาด เพราะอาจเป็นแอปรีโมทที่ใช้ควบคุมมือถือและดูดเงินของคุณ

การตระหนักรู้และปฏิบัติตามข้อควรระวังเหล่านี้ จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดจากกลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บล็อกเบอร์ไปแล้ว มิจฉาชีพยังใช้เบอร์อื่นโทรมาได้ไหม?

ได้ครับ มิจฉาชีพมักมีซิมการ์ดหรือเบอร์โทรศัพท์จำนวนมาก การบล็อกเบอร์เป็นการป้องกันเบอร์นั้นๆ ไม่ให้โทรมาอีก แต่ไม่ได้ป้องกันเบอร์ใหม่ ดังนั้นจึงควรตื่นตัวและใช้หลักการ ‘สติ-ถาม-วาง-เช็ก’ เสมอเมื่อรับสายที่ไม่คุ้นเคย

ถ้าเผลอให้ข้อมูลส่วนตัวไปแล้วควรทำอย่างไร?

หากเผลอให้ข้อมูลสำคัญไปแล้ว ให้รีบติดต่อสถาบันการเงินหรือธนาคารของคุณเพื่ออายัดบัตรหรือบัญชีที่เกี่ยวข้องทันที จากนั้นให้รวบรวมหลักฐานทั้งหมด เช่น เบอร์โทรศัพท์ เวลาที่โทรเข้า และบทสนทนาเท่าที่จำได้ เพื่อไปแจ้งความกับตำรวจที่สถานีใกล้บ้าน หรือแจ้งความออนไลน์

โทร 1185 ของ AIS มีค่าใช้จ่ายหรือไม่?

ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ ลูกค้า AIS สามารถโทรแจ้งเบาะแสแก๊งคอลเซ็นเตอร์และ SMS มิจฉาชีพได้ฟรีที่สายด่วน 1185 ตลอด 24 ชั่วโมง

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเบอร์จากเจ้าหน้าที่จริง ไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์?

โดยปกติแล้ว เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐหรือธนาคารจะไม่มีนโยบายโทรหาประชาชนเพื่อขอข้อมูลส่วนตัวหรือขอให้โอนเงิน หากไม่แน่ใจ วิธีที่ดีที่สุดคือการวางสาย แล้วโทรกลับไปยังเบอร์กลางของหน่วยงานนั้นๆ ที่หาได้จากเว็บไซต์ทางการ เพื่อสอบถามและยืนยันเรื่องราวดังกล่าวด้วยตนเอง

หมายเหตุ: อัตราค่าบริการที่ระบุอาจยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โปรดตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดผ่านแอป myAIS หรือกด *121# ก่อนทำรายการ

เรื่องแนะนำเพิ่มเติม