การใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่รวดเร็วและเสถียรกลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่หลายครั้งเราอาจเจอปัญหาเครื่องไม่จับสัญญาณ 4G ทำให้เน็ตช้าหรือใช้งานไม่ได้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า 4G คืออะไร พร้อมแนะนำวิธีเช็กพื้นที่ให้บริการและขั้นตอนการแก้ปัญหาเมื่อมือถือจับสัญญาณ 4G ไม่ได้แบบง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง
Key Point แบบสรุปสั้นๆ
- 4G คืออะไร: คือเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายยุคที่ 4 ที่ให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงกว่า 3G อย่างมาก เหมาะสำหรับการสตรีมวิดีโอ เล่นเกม และใช้งานข้อมูลจำนวนมาก
- เช็กพื้นที่สัญญาณ: สามารถตรวจสอบพื้นที่ให้บริการ 4G ของผู้ให้บริการเครือข่าย เช่น AIS ได้ผ่านทางเว็บไซต์ทางการหรือแอปพลิเคชัน myAIS
- สาเหตุหลัก: ปัญหามือถือไม่จับสัญญาณ 4G มักเกิดจากการตั้งค่าเครือข่ายไม่ถูกต้อง, ปัญหาซิมการ์ด, อยู่นอกพื้นที่ให้บริการ หรือซอฟต์แวร์ในเครื่องมีปัญหา
- วิธีแก้เบื้องต้น: เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเปิด-ปิดโหมดเครื่องบิน, รีสตาร์ทเครื่อง, หรือถอดซิมการ์ดใส่ใหม่
- การตั้งค่าที่สำคัญ: ตรวจสอบ ‘โหมดเครือข่ายที่ต้องการ’ (Preferred Network Type) ในการตั้งค่ามือถือ และเลือกเป็น ‘4G/3G/2G (อัตโนมัติ)’
4G คืออะไร และสำคัญอย่างไรกับการใช้งานในปัจจุบัน?
4G หรือ Fourth Generation คือเทคโนโลยีเครือข่ายโทรศัพท์มือถือยุคที่ 4 ที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก 3G โดยมีจุดเด่นที่สำคัญคือความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการใช้ Wi-Fi ที่บ้านเลยทีเดียว
ด้วยความเร็วของ 4G ทำให้เราสามารถดูวิดีโอความละเอียดสูง (HD Streaming) ได้อย่างไม่สะดุด, เล่นเกมออนไลน์ได้ลื่นไหล, วิดีโอคอลได้อย่างคมชัด และดาวน์โหลดหรืออัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิทัลที่ต้องการเชื่อมต่อตลอดเวลา ดังนั้น การมีสัญญาณ 4G ที่ดีและเสถียรจึงเป็นหัวใจสำคัญของการใช้งานสมาร์ทโฟนให้เต็มประสิทธิภาพ
วิธีเช็กพื้นที่ให้บริการสัญญาณ 4G ของ AIS
ก่อนจะไปถึงวิธีแก้ปัญหา เราควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าพื้นที่ที่เราอยู่มีสัญญาณ 4G ครอบคลุมหรือไม่ เพราะหากอยู่นอกพื้นที่ให้บริการ ต่อให้ตั้งค่าเครื่องดีแค่ไหนก็ไม่สามารถจับสัญญาณได้ โดยวิธีที่ง่ายและแม่นยำที่สุดคือ
- ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ AIS: เข้าไปที่เว็บไซต์ทางการของ AIS จะมีแผนที่แสดงพื้นที่ครอบคลุมของสัญญาณ (Coverage Map) ให้เราสามารถซูมดูรายละเอียดในแต่ละพื้นที่ได้
- ตรวจสอบผ่านแอป myAIS: สำหรับลูกค้า AIS สามารถตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ให้บริการและคุณภาพสัญญาณผ่านแอปพลิเคชัน myAIS ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในพื้นที่ที่ระบุว่ามีสัญญาณครอบคลุม แต่ความแรงของสัญญาณอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อม เช่น อยู่ในอาคารสูง, ชั้นใต้ดิน, หรือพื้นที่ห่างไกลที่มีสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติ ซึ่งอาจทำให้สัญญาณอ่อนลงได้
สาเหตุหลักที่ทำให้มือถือจับสัญญาณ 4G ไม่ได้
เมื่อมั่นใจแล้วว่าอยู่ในพื้นที่ให้บริการ แต่ยังพบปัญหา ลองมาดูสาเหตุยอดนิยมที่มักทำให้มือถือของเราไม่ยอมจับสัญญาณ 4G กันครับ
5 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้มือถือไม่ต่อ 4G
- การตั้งค่าเครือข่ายไม่ถูกต้อง: อาจเผลอไปตั้งค่าให้เครื่องจับเฉพาะสัญญาณ 3G หรือ 2G เท่านั้น
- ซิมการ์ดไม่รองรับหรือมีปัญหา: ใช้ซิมการ์ดรุ่นเก่าที่ไม่รองรับ 4G หรือตัวซิมอาจสกปรกหรือชำรุด
- ซอฟต์แวร์ในเครื่องมีปัญหา: ระบบปฏิบัติการ (OS) อาจมีข้อผิดพลาดชั่วคราว หรืออาจต้องอัปเดตเวอร์ชันใหม่
- ปัญหาจากผู้ให้บริการ: อาจเกิดเหตุขัดข้องของเสาสัญญาณในพื้นที่นั้นๆ ชั่วคราว
- ตัวเครื่องไม่รองรับคลื่น 4G: สำหรับโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่ามากๆ อาจไม่รองรับคลื่นความถี่ 4G ที่ให้บริการในปัจจุบัน
ขั้นตอนแก้ปัญหามือถือไม่จับสัญญาณ 4G ด้วยตัวเอง
หากคุณกำลังเจอปัญหานี้อยู่ อย่าเพิ่งหัวเสีย ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อแก้ไขเบื้องต้น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะได้ผลและทำให้สัญญาณ 4G กลับมาใช้งานได้ปกติ
1. เปิด-ปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode)
วิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด คือการเปิดโหมดเครื่องบินทิ้งไว้ประมาณ 10-15 วินาที แล้วค่อยปิด การทำเช่นนี้จะเป็นการบังคับให้มือถือตัดการเชื่อมต่อจากเสาสัญญาณทั้งหมด แล้วเริ่มค้นหาและจับสัญญาณใหม่อีกครั้ง ซึ่งมักจะช่วยแก้ปัญหาการเชื่อมต่อที่ค้างอยู่ได้
2. รีสตาร์ทเครื่อง (Restart)
หากวิธีแรกไม่ได้ผล การรีสตาร์ทเครื่องเป็นอีกหนึ่งวิธีแก้ปัญหาสุดคลาสสิก การปิดแล้วเปิดเครื่องใหม่จะช่วยล้างค่าการทำงานที่ผิดพลาดชั่วคราวในระบบ และทำให้เครื่องเริ่มกระบวนการเชื่อมต่อเครือข่ายใหม่ทั้งหมด
การแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีหลายวิธี ซึ่งบางครั้งอาจเกี่ยวข้องกับการตั้งค่าอื่นๆ ในเครื่องด้วย
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ วิธีแก้เน็ตมือถือเล่นไม่ได้ เน็ตช้า ต้องทำไงบ้าง
3. ตรวจสอบและตั้งค่าโหมดเครือข่าย
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ผู้ใช้อาจเผลอไปเปลี่ยนการตั้งค่าเครือข่ายโดยไม่ตั้งใจ ให้เข้าไปตรวจสอบและตั้งค่าใหม่ตามขั้นตอนต่อไปนี้ (เมนูอาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละยี่ห้อ)
- สำหรับ Android: เข้าไปที่ ‘การตั้งค่า’ (Settings) > ‘เครือข่ายมือถือ’ (Mobile Network) > ‘โหมดเครือข่ายที่ต้องการ’ (Preferred Network Type) > เลือกเป็น ‘5G/4G/3G/2G (อัตโนมัติ)’ หรือ ‘LTE/WCDMA/GSM (auto connect)’
- สำหรับ iOS (iPhone): เข้าไปที่ ‘การตั้งค่า’ (Settings) > ‘เซลลูลาร์’ (Cellular) > ‘ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์’ (Cellular Data Options) > ‘เสียงและข้อมูล’ (Voice & Data) > เลือก ‘4G’ หรือ ‘5G อัตโนมัติ’ (หากเครื่องรองรับ)
การตั้งค่าให้เป็นแบบ ‘อัตโนมัติ’ จะทำให้เครื่องเลือกจับสัญญาณที่ดีที่สุด ณ เวลานั้นโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การเชื่อมต่อมีความเสถียรมากที่สุด
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ตั้งค่า 4G/5G บนมือถือยังไงให้สัญญาณนิ่งและเน็ตไม่หลุด
4. ถอดซิมการ์ดแล้วใส่ใหม่
บางครั้งปัญหาอาจเกิดจากหน้าสัมผัสของซิมการ์ดสกปรกหรือวางไม่ตรงตำแหน่ง ลองปิดเครื่อง ถอดถาดซิมออกมา ใช้ผ้าสะอาดเช็ดที่แผ่นทองเหลืองของซิมเบาๆ แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ให้แน่นสนิท จากนั้นเปิดเครื่องเพื่อทดสอบอีกครั้ง
5. รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย (Reset Network Settings)
หากลองทุกวิธีแล้วยังไม่ได้ผล การรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายเป็นทางเลือกสุดท้ายที่น่าลอง การทำเช่นนี้จะลบการตั้งค่าที่เกี่ยวกับเครือข่ายทั้งหมด รวมถึงรหัสผ่าน Wi-Fi ที่เคยบันทึกไว้ และค่า APN ให้กลับไปเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน ซึ่งมักจะช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้
- วิธีรีเซ็ต: โดยทั่วไปจะอยู่ในเมนู ‘การตั้งค่า’ > ‘การจัดการทั่วไป’ หรือ ‘ระบบ’ > ‘รีเซ็ต’ > ‘รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย’
โดยสรุปแล้ว ปัญหามือถือไม่จับสัญญาณ 4G เป็นเรื่องที่พบได้บ่อย แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุที่ไม่ซับซ้อนและสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง การทำความเข้าใจสาเหตุและไล่ตรวจสอบตามขั้นตอนที่แนะนำ จะช่วยให้คุณกลับมาใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อีกครั้งโดยไม่ต้องเสียเวลาไปที่ศูนย์บริการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำไมอยู่ในเมืองแต่สัญญาณ 4G อ่อน?
สาเหตุอาจเกิดจากการอยู่ในอาคารที่มีโครงสร้างซับซ้อน, อยู่ในลิฟต์, ชั้นใต้ดิน หรือบริเวณที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น ทำให้เกิดการแย่งสัญญาณกัน (Network Congestion) ซึ่งส่งผลให้ความเร็วและความเสถียรลดลงได้
มือถือรองรับ 4G แต่ใช้ไม่ได้ ต้องทำอย่างไร?
อันดับแรกให้ตรวจสอบว่าซิมการ์ดของคุณเป็นซิมที่รองรับ 4G (USIM) หรือไม่ หากเป็นซิมรุ่นเก่ามากอาจต้องติดต่อผู้ให้บริการเพื่อขอเปลี่ยนซิมใหม่ จากนั้นให้ตรวจสอบการตั้งค่าโหมดเครือข่ายในเครื่องตามที่แนะนำไปข้างต้น
การเลือกโหมดเครือข่ายเป็น ‘4G Only’ ดีหรือไม่?
ไม่แนะนำให้ตั้งค่าเป็น ‘4G Only’ เพราะเครือข่าย 4G ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานข้อมูลเป็นหลัก หากตั้งค่าเช่นนี้ เวลาที่มีสายเข้า-ออก เครื่องอาจไม่สามารถสลับไปใช้เครือข่าย 2G/3G เพื่อโทรได้ (ยกเว้นกรณีที่เปิดใช้บริการ VoLTE) การตั้งค่าเป็น ‘อัตโนมัติ’ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
เปลี่ยนซิมเป็น 4G แล้วยังใช้ไม่ได้ เกิดจากอะไร?
หากเพิ่งเปลี่ยนซิมหรือย้ายค่าย อาจต้องรอให้ระบบอัปเดตข้อมูลสักครู่ แต่ถ้ายังใช้ไม่ได้ อาจเป็นไปได้ว่าการตั้งค่า APN (Access Point Name) ในเครื่องไม่ถูกต้อง ซึ่งโดยปกติเครื่องจะตั้งค่าให้อัตโนมัติเมื่อใส่ซิม แต่หากผิดพลาด สามารถติดต่อ Call Center ของผู้ให้บริการเพื่อขอข้อมูลการตั้งค่า APN ที่ถูกต้องได้
หมายเหตุ: อัตราค่าบริการที่ระบุอาจยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โปรดตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดผ่านแอป myAIS หรือกด *121# ก่อนทำรายการ
