อัปเดตซอฟต์แวร์มือถือ ทำไมถึงสำคัญและช่วยป้องกันไวรัสได้อย่างไร

Why mobile software updates are important for security featured 16x9 1

หลายคนอาจมองข้ามการแจ้งเตือนให้อัปเดตซอฟต์แวร์บนมือถือ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยากหรือกลัวว่าเครื่องจะช้าลง แต่ความจริงแล้ว การอัปเดตซอฟต์แวร์มือถือเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายและสำคัญที่สุดในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณจากไวรัส มัลแวร์ และภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่นับวันยิ่งอันตรายมากขึ้น

Key Point สรุปสั้นๆ

  • การอัปเดตซอฟต์แวร์ช่วยปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Security Vulnerabilities) ที่แฮกเกอร์อาจใช้โจมตีได้
  • ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องให้เร็วขึ้น เสถียรขึ้น และอาจช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น
  • ผู้ใช้จะได้รับฟีเจอร์ใหม่ๆ และการปรับปรุงหน้าตาการใช้งาน (UI) ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
  • การไม่อัปเดตทำให้โทรศัพท์ของคุณตกเป็นเป้าหมายของมัลแวร์ แรนซัมแวร์ และการขโมยข้อมูลได้ง่ายขึ้น
  • เป็นวิธีป้องกันพื้นฐานที่ฟรีและทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานสมาร์ทโฟน

การอัปเดตซอฟต์แวร์คืออะไร และทำไมถึงต้องทำ?

การอัปเดตซอฟต์แวร์ (Software Update) คือกระบวนการที่ผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการ (OS) อย่าง Apple (สำหรับ iOS) และ Google (สำหรับ Android) ส่งไฟล์ชุดคำสั่งเวอร์ชันใหม่มาให้ผู้ใช้งานติดตั้งทับเวอร์ชันเก่า การอัปเดตเหล่านี้ไม่ได้มีแค่การเพิ่มอีโมจิใหม่ๆ หรือเปลี่ยนหน้าตาเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่เปรียบเสมือนการซ่อมบำรุงบ้านครั้งใหญ่

ลองนึกภาพว่าสมาร์ทโฟนของคุณคือบ้านที่เก็บของมีค่า (ข้อมูลส่วนตัว) ไว้มากมาย เมื่อเวลาผ่านไป อาจมีคนค้นพบว่าหน้าต่างบางบานล็อกไม่แน่น หรือมีรูกุญแจที่สามารถสะเดาะได้ง่าย การอัปเดตซอฟต์แวร์ก็เหมือนกับการที่ช่างผู้เชี่ยวชาญมาเปลี่ยนกลอนประตูให้ใหม่ ซ่อมหน้าต่างที่ชำรุด และอุดช่องโหว่ทั้งหมด เพื่อให้บ้านของคุณปลอดภัยจากผู้บุกรุก

‘Patch ความปลอดภัย’ หัวใจสำคัญของการอัปเดต

คำว่า ‘Patch ความปลอดภัย’ หรือ Security Patch คือส่วนที่สำคัญที่สุดในการอัปเดตแต่ละครั้ง มันคือชุดโค้ดขนาดเล็กที่ถูกออกแบบมาเพื่อ ‘ปะ’ หรือ ‘อุด’ ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ถูกค้นพบในระบบปฏิบัติการ ช่องโหว่เหล่านี้อาจเกิดจากความผิดพลาดในการเขียนโปรแกรม ซึ่งแฮกเกอร์และผู้ไม่หวังดีพยายามค้นหาอยู่ตลอดเวลาเพื่อใช้เป็นช่องทางในการโจมตี

หากคุณไม่อัปเดตซอฟต์แวร์ ก็เท่ากับว่าคุณกำลังเปิดประตูทิ้งไว้ให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลในเครื่องของคุณได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาต่างๆ เช่น:

  • มัลแวร์ (Malware): โปรแกรมประสงค์ร้ายที่อาจเข้ามาขโมยรหัสผ่าน ข้อมูลทางการเงิน หรือบันทึกการใช้งานของคุณ
  • แรนซัมแวร์ (Ransomware): ไวรัสเรียกค่าไถ่ที่ล็อกไฟล์ทั้งหมดในเครื่องของคุณ และบังคับให้คุณจ่ายเงินเพื่อปลดล็อก
  • สปายแวร์ (Spyware): โปรแกรมที่แอบติดตามการใช้งานของคุณ เปิดกล้องหรือไมโครโฟนโดยที่คุณไม่รู้ตัว
  • การควบคุมเครื่องจากระยะไกล: แฮกเกอร์อาจยึดครองโทรศัพท์ของคุณเพื่อใช้ส่งสแปมหรือโจมตีผู้อื่นต่อได้

ดังนั้น การติดตั้ง Patch ความปลอดภัยล่าสุดผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์จึงเป็นการป้องกันด่านแรกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ขั้นตอนการอัปเดตซอฟต์แวร์บน iOS และ Android

การอัปเดตระบบปฏิบัติการนั้นทำได้ง่ายและไม่ซับซ้อน แต่ก่อนเริ่มควรมั่นใจว่าได้สำรองข้อมูลสำคัญไว้แล้ว, เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียร และมีแบตเตอรี่เหลือเพียงพอ (แนะนำ 50% ขึ้นไป หรือเสียบสายชาร์จไว้)

สำหรับผู้ใช้ iOS (iPhone, iPad)

  1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
  2. เลือก ทั่วไป (General)
  3. แตะที่ รายการอัปเดตซอฟต์แวร์ (Software Update)
  4. หากมีเวอร์ชันใหม่ ระบบจะแสดงรายละเอียด ให้แตะที่ ดาวน์โหลดและติดตั้ง (Download and Install)
  5. ใส่รหัสผ่านของคุณและรอให้กระบวนการเสร็จสิ้น เครื่องจะรีสตาร์ทเองโดยอัตโนมัติ

สำหรับผู้ใช้ Android

ขั้นตอนอาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละยี่ห้อ แต่มักจะอยู่ในเมนูการตั้งค่าที่คล้ายกัน:

  1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
  2. เลื่อนลงมาแล้วเลือก เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About Phone) หรือ อัปเดตระบบ (System Update)
  3. แตะที่ ตรวจหาการอัปเดต (Check for updates)
  4. หากมีเวอร์ชันใหม่ ให้ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อดาวน์โหลดและติดตั้ง

ข้อดีอื่นๆ ที่ได้จากการอัปเดตซอฟต์แวร์อยู่เสมอ

นอกเหนือจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว การอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอยังมอบประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ประสบการณ์การใช้งานโดยรวมของคุณดีขึ้น

  • ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น: นักพัฒนามักจะปรับปรุงโค้ดให้ระบบทำงานได้เร็วขึ้น จัดการหน่วยความจำได้ดีขึ้น และตอบสนองได้ไวขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้แอปเปิดเร็วขึ้นและเครื่องทำงานลื่นไหลกว่าเดิม
  • การแก้ไขข้อบกพร่อง (Bug Fixes): หากคุณเคยเจอปัญหาแอปเด้ง, Wi-Fi หลุดบ่อย หรือเครื่องค้างโดยไม่มีสาเหตุ การอัปเดตมักจะมาพร้อมกับการแก้ไขปัญหาจุกจิกเหล่านี้ หากเจอปัญหาบ่อยๆ อาจต้องดู วิธีแก้เน็ตมือถือเล่นไม่ได้ ประกอบด้วย
  • ฟีเจอร์และความสามารถใหม่ๆ: การอัปเดตใหญ่ๆ (Major Update) มักจะนำเสนอฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เช่น การปรับปรุงกล้อง, โหมดประหยัดพลังงานที่ดีขึ้น หรือเครื่องมือช่วยเหลือต่างๆ ที่ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น
  • ยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่: ในบางครั้ง การอัปเดตจะมีการปรับปรุงการจัดการพลังงาน ทำให้แบตเตอรี่ของคุณสามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ข้อควรระวังและความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการอัปเดต

แม้ว่าการอัปเดตจะมีประโยชน์ แต่ก็มีความเชื่อผิดๆ และข้อกังวลบางอย่างที่ทำให้หลายคนลังเล สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจข้อเท็จจริงเพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง

ความเชื่อ: ‘อัปเดตแล้วเครื่องจะช้าลง’
ความเชื่อนี้อาจเคยเป็นจริงสำหรับอุปกรณ์รุ่นเก่ามากๆ ที่ฮาร์ดแวร์ไม่สามารถรองรับซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ได้เต็มที่ แต่สำหรับสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ผู้พัฒนามักจะปรับปรุงให้ซอฟต์แวร์ทำงานได้ดีกับอุปกรณ์ส่วนใหญ่ การไม่อัปเดตต่างหากที่อาจทำให้เครื่องช้าลงในระยะยาว เพราะแอปต่างๆ จะเริ่มไม่รองรับ OS เวอร์ชันเก่า

ความเชื่อ: ‘ถ้าเครื่องยังใช้ได้ดี ก็ไม่จำเป็นต้องอัปเดต’
ภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น คุณจะไม่รู้ตัวเลยว่ามีช่องโหว่จนกว่าจะถูกโจมตีไปแล้ว การอัปเดตเพื่อความปลอดภัยจึงเป็นการป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าต้องมาแก้ไขปัญหาข้อมูลรั่วไหลในภายหลัง

ข้อควรปฏิบัติก่อนการอัปเดต

  • สำรองข้อมูล (Backup): แม้ว่าโอกาสที่ข้อมูลจะหายมีน้อยมาก แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีที่สุด ควรสำรองข้อมูลสำคัญ เช่น รูปภาพ รายชื่อติดต่อ ไปยังบริการคลาวด์ (iCloud, Google Drive) หรือคอมพิวเตอร์
  • ตรวจสอบพื้นที่เก็บข้อมูล: ไฟล์อัปเดตมักมีขนาดใหญ่ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีพื้นที่ว่างในเครื่องเพียงพอ
  • ใช้ Wi-Fi ที่เสถียร: หลีกเลี่ยงการใช้อินเทอร์เน็ตสาธารณะที่ไม่น่าเชื่อถือหรือเน็ตมือถือ เพราะหากการดาวน์โหลดล้มเหลวอาจทำให้ไฟล์เสียหายได้

การสละเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่ออัปเดตซอฟต์แวร์มือถือให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลและความสบายใจในการใช้งานในยุคดิจิทัล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ควรอัปเดตซอฟต์แวร์ทันทีที่แจ้งเตือนหรือไม่?

ใช่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการอัปเดตนั้นระบุว่าเป็น ‘การอัปเดตความปลอดภัย’ (Security Update) ควรอัปเดตโดยเร็วที่สุดเพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจเป็นอันตราย สำหรับการอัปเดตใหญ่ๆ อาจรออ่านรีวิวจากผู้ใช้คนอื่นสัก 1-2 วันก็ได้ แต่ไม่ควรทิ้งไว้นานเกินไป

การอัปเดตซอฟต์แวร์ใช้เน็ตมือถือได้ไหม?

ทำได้ แต่ไม่แนะนำ เนื่องจากไฟล์อัปเดตมีขนาดใหญ่ (หลายร้อย MB ถึงหลาย GB) ซึ่งอาจใช้ปริมาณดาต้าในแพ็กเกจของคุณจนหมดอย่างรวดเร็ว การใช้ Wi-Fi จะประหยัดและมีความเสถียรมากกว่า

ถ้าไม่อัปเดตเลยจะเกิดอะไรขึ้น?

โทรศัพท์ของคุณจะมีความเสี่ยงต่อการถูกแฮกและติดมัลแวร์สูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป แอปพลิเคชันบางตัวอาจหยุดทำงานหรือใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ ไม่ได้เพราะไม่รองรับระบบปฏิบัติการเวอร์ชันเก่า และประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องอาจลดลง

อัปเดตแล้วข้อมูลจะหายไหม?

โดยปกติแล้วข้อมูลจะไม่หาย การอัปเดตถูกออกแบบมาเพื่อเก็บข้อมูลและการตั้งค่าของผู้ใช้ไว้เหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย 100% แนะนำให้สำรองข้อมูลสำคัญทุกครั้งก่อนทำการอัปเดตระบบครั้งใหญ่

หมายเหตุ: อัตราค่าบริการที่ระบุอาจยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โปรดตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดผ่านแอป myAIS หรือกด *121# ก่อนทำรายการ

เรื่องแนะนำเพิ่มเติม