5G ไม่ขึ้น แต่ใช้ 4G ได้ปกติ ต้องเช็กอะไรบ้างก่อนสรุปว่ามือถือหรือซิมมีปัญหา

ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการเกี่ยวกับ 5G ไม่ขึ้น แต่ใช้ 4G ได้ปกติ ต้องเช็กอะไรบ้างก่อนสรุปว่ามือถือหรือซิมมีปัญหา

ปัญหา “5G ไม่ขึ้น” แต่ยังสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน 4G ได้ตามปกติ เป็นหนึ่งในข้อสงสัยที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนยุคใหม่พบเจอได้บ่อยที่สุด อาการนี้มักสร้างความสับสนว่าความผิดปกติเกิดจากตัวเครื่องโทรศัพท์ ซิมการ์ดเสื่อมสภาพ หรือเป็นเพียงแค่การตั้งค่าที่ยังไม่สมบูรณ์กันแน่ การที่มือถือยังเชื่อมต่อสัญญาณ 4G ได้ เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าฮาร์ดแวร์รับสัญญาณพื้นฐานและซิมการ์ดยังทำงานได้ปกติ แต่มีเงื่อนไขบางอย่างของเทคโนโลยี 5G ที่ยังไม่ถูกปลดล็อกให้ทำงาน

การจะเปิดใช้ 5G ได้อย่างสมบูรณ์นั้น จำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบที่สอดคล้องกันหลายส่วน ตั้งแต่สเปกของตัวเครื่อง ซิมการ์ด แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต ไปจนถึงพื้นที่ให้บริการ หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป ระบบจะทำการสลับกลับมาใช้ 4G หรือ LTE โดยอัตโนมัติเพื่อรักษาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว้ ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจนำเครื่องเข้าศูนย์บริการหรือเดินทางไปเปลี่ยนซิมใหม่ มีจุดสำคัญที่คุณสามารถตรวจสอบและแก้ไขเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง

1. ตรวจสอบสเปกมือถือและการอัปเดตซอฟต์แวร์

สิ่งแรกที่ต้องยืนยันคือสมาร์ทโฟนของคุณรองรับเทคโนโลยี 5G จริงหรือไม่ สมาร์ทโฟนหลายรุ่นในตลาดปัจจุบันมักจะมีการแบ่งรุ่นย่อยเป็นเวอร์ชัน 4G และ 5G ซึ่งหน้าตาภายนอกอาจเหมือนกันทุกประการ หากคุณแน่ใจว่าใช้งานรุ่น 5G ให้ตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอัปเดตระบบปฏิบัติการ เพราะสมาร์ทโฟนบางรุ่นจำเป็นต้องได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์จากผู้ผลิตเสียก่อน จึงจะสามารถปลดล็อกการตั้งค่าเครือข่ายมือถือให้รองรับคลื่นความถี่ 5G ของผู้ให้บริการในประเทศไทยได้ หากคุณเพิ่งซื้อเครื่องมาใหม่ แนะนำให้เข้าไปที่เมนูการตั้งค่าและกดอัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ

2. เช็กซิมการ์ดและแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่ใช้งาน

แม้ว่ามือถือจะพร้อม แต่ถ้าซิมการ์ดหรือแพ็กเกจไม่อนุญาต มือถือไม่จับ 5G อย่างแน่นอน ซึ่งสามารถแบ่งการตรวจสอบออกเป็นสองส่วนหลัก ดังนี้

อายุและประเภทของซิมการ์ด

หากคุณใช้ซิมการ์ดใบเดิมมาเป็นเวลานานหลายปี ชิปบนซิมอาจเป็นรุ่นเก่าที่รองรับสูงสุดแค่ 4G คุณสามารถตรวจสอบสถานะซิมได้โดยการติดต่อคอลเซ็นเตอร์ หรือกดรหัส USSD ตรวจสอบสถานะของแต่ละเครือข่าย (ตัวอย่างเช่น การกด *555# ของบางเครือข่ายเพื่อเช็กความพร้อม) หากพบว่าเป็นซิมเก่า การนำบัตรประชาชนไปขอเปลี่ยนซิมใหม่เบอร์เดิมที่ศูนย์บริการจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ทันที

เงื่อนไขของแพ็กเกจมือถือ

แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตแบบจำกัดความเร็วคงที่ (ตัวอย่างเช่น แพ็กเกจไม่อั้น 10 Mbps หรือ 20 Mbps) ส่วนใหญ่มักจะถูกจำกัดการเชื่อมต่อไว้ที่เครือข่าย 4G เท่านั้น หากต้องการใช้งานสัญญาณ 5G คุณอาจต้องเปลี่ยนไปใช้แพ็กเกจที่ระบุชัดเจนว่ารองรับ 5G หรือแพ็กเกจแบบความเร็วสูงสุด (Max Speed)

3. การตั้งค่าเครือข่ายมือถือบนสมาร์ทโฟน

บางครั้งปัญหาเกิดจากการที่ตัวเครื่องถูกตั้งค่าให้ล็อกสัญญาณไว้ที่ 4G หรือ LTE เท่านั้น ซึ่งอาจเกิดจากการตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน หรือผู้ใช้งานเผลอไปกดเปลี่ยนโดยไม่ตั้งใจ คุณสามารถเข้าไปตรวจสอบและตั้งค่าเครือข่ายมือถือใหม่ได้ตามระบบปฏิบัติการที่ใช้งาน

สำหรับผู้ใช้งาน iOS (iPhone)

เข้าไปที่เมนู “การตั้งค่า” (Settings) เลือก “เซลลูลาร์” (Cellular) จากนั้นไปที่ “ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์” (Cellular Data Options) และ “เสียงและข้อมูล” (Voice & Data) ให้ปรับตัวเลือกเป็น “5G อัตโนมัติ” (5G Auto) หรือ “5G เปิด” (5G On)

สำหรับผู้ใช้งาน Android

เข้าไปที่เมนู “การตั้งค่า” (Settings) เลือก “การเชื่อมต่อ” (Connections) หรือ “เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต” จากนั้นเลือก “เครือข่ายมือถือ” (Mobile networks) และเข้าไปที่ “โหมดเครือข่าย” (Network mode) ให้เลือกตัวเลือกที่มีคำว่า “5G/LTE/3G/2G (เชื่อมต่ออัตโนมัติ)”

4. โหมดประหยัดพลังงาน (Power Saving Mode)

ฟีเจอร์นี้คือสาเหตุที่ผู้ใช้งานหลายคนมักมองข้าม สมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android มีระบบจัดการพลังงานที่ชาญฉลาด เมื่อคุณเปิด “โหมดประหยัดพลังงาน” (Low Power Mode หรือ Battery Saver) ระบบจะทำการปิดการเชื่อมต่อ 5G ทันที เนื่องจากคลื่น 5G ใช้พลังงานในการค้นหาและรับส่งข้อมูลสูงกว่า 4G หากคุณพบว่าสัญญาณ 5G หายไป ให้ลองตรวจสอบที่แถบสถานะแบตเตอรี่ว่าเปิดโหมดนี้ทิ้งไว้หรือไม่ หากเปิดอยู่ ให้ปิดโหมดประหยัดพลังงาน แล้วรอสักครู่เพื่อให้เครื่องค้นหาสัญญาณใหม่อีกครั้ง

5. ข้อจำกัดของพื้นที่และจุดอับสัญญาณ 5G

คลื่นความถี่ 5G ที่ให้บริการส่วนใหญ่มีคุณสมบัติในการรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วมาก แต่แลกมากับรัศมีการกระจายสัญญาณที่สั้นกว่าและทะลุทะลวงสิ่งกีดขวางได้น้อยกว่าคลื่น 4G หากคุณอยู่ในอาคารสูง ชั้นใต้ดิน ลิฟต์ หรือพื้นที่ห่างไกลเสาสัญญาณ มือถือจะประเมินความเสถียรของการเชื่อมต่อและสลับไปจับสัญญาณ 4G อัตโนมัติเพื่อให้คุณยังคงใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ต่อเนื่องโดยไม่สะดุด วิธีทดสอบที่ง่ายที่สุดคือการเดินออกไปในที่โล่งแจ้งหรือบริเวณที่มั่นใจว่ามีเสาสัญญาณ 5G ครอบคลุม แล้วสังเกตว่าสัญลักษณ์ 5G กลับมาปรากฏบนหน้าจอหรือไม่

การใส่ 2 ซิมพร้อมกัน (Dual SIM) มีผลทำให้สัญญาณ 5G ไม่ขึ้นหรือไม่?

บางแหล่งข้อมูลระบุว่าสมาร์ทโฟนบางรุ่นอาจมีข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์เมื่อเปิดใช้งานสองซิมพร้อมกัน โดยระบบอาจลดระดับการเชื่อมต่อของซิมใดซิมหนึ่งหรือทั้งสองซิมลงมาเป็นเครือข่าย 4G เพื่อรักษาเสถียรภาพของเครื่อง หลายคนนิยมแก้ปัญหานี้โดยการเข้าไปตั้งค่าปิดการทำงานของซิมสำรองชั่วคราว หรือตรวจสอบคู่มือโทรศัพท์ว่าเครื่องที่ใช้รองรับเทคโนโลยี 5G แบบ Dual Standby หรือไม่

สัญญาณ 5G สลับไปมากับ 4G บ่อยๆ จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้นจริงไหม?

ตามรายงานของสื่อไอทีหลายแห่งระบุว่า การที่โมเด็มมือถือต้องค้นหาและสลับคลื่นความถี่ไปมาอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้ตัวเครื่องใช้พลังงานสูงขึ้นและเกิดความร้อนสะสมมากกว่าปกติ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพในทันที แต่นิยมเชื่อว่าความร้อนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งอาจส่งผลกระทบต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ในระยะยาวได้ ผู้ใช้บางส่วนจึงมักเลือกตั้งค่าให้เครื่องจับเฉพาะ 4G ไปก่อนเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณ 5G ไม่นิ่ง

หากนำมือถือ 5G จากไทยไปใช้งานโรมมิ่งในต่างประเทศ จะสามารถจับสัญญาณ 5G ได้ทันทีเลยหรือไม่?

การนำเครื่องไปใช้ต่างประเทศอาจไม่สามารถรับสัญญาณ 5G ได้เสมอไป เนื่องจากบางแหล่งข้อมูลชี้ว่าแต่ละประเทศมีการจัดสรรคลื่นความถี่ (5G Bands) ที่แตกต่างจากประเทศไทย นอกจากนี้ยังต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขข้อตกลงการโรมมิ่งระหว่างเครือข่ายต้นทางและปลายทางด้วย จึงแนะนำให้ตรวจสอบคลื่นความถี่ของมือถือและแพ็กเกจกับผู้ให้บริการก่อนเดินทางเสมอ

ซิมการ์ดมีรอยขีดข่วนหรือหน้าสัมผัสสกปรก สามารถทำให้จับได้แค่ 4G หรือไม่?

มีรายงานว่าหน้าสัมผัสทองเหลืองบนซิมการ์ดที่สกปรกหรือมีรอยขีดข่วนลึก อาจส่งผลให้การอ่านข้อมูลระหว่างตัวเครื่องและซิมเกิดความไม่สมบูรณ์ หรือทำให้การเชื่อมต่อเครือข่ายความเร็วสูงขาดความเสถียรได้ บางกรณีผู้ใช้พบว่าแม้อัปเกรดเป็นแพ็กเกจและซิม 5G แล้วแต่ยังมีปัญหา การนำยางลบดินสอมาทำความสะอาดหน้าสัมผัสเบาๆ หรือติดต่อศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนแผ่นซิมใหม่ มักจะเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาฮาร์ดแวร์ในจุดนี้ได้